ส่อง 5 ชุดแข่งที่โดดเด่นที่สุดในลาลีกา 2021/22

ฟุตบอลลาลีกา สเปน ประจำฤดูกาล 2021/22 กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในสุดสัปดาห์นี้แล้ว ตามธรรมเนียมของทั้ง 20 สโมสรในลีกสูงสุด ก็ได้ทำการเปิดตัวชุดแข่งขันที่ใช้สำหรับการลงสนามในฤดูกาลใหม่ พวงหรีด

ชุดแข่งขัน เป็นสิ่งที่ทุกสโมสรต่างให้ความสำคัญ เพราะนอกจากเรื่องของการออกแบบที่สวยงามแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ช่วยนำเสนอตัวตนของทีมด้วย และนี่คือชุดแข่งของ 5 สโมสรที่โดดเด่นที่สุดประจำซีซั่นนี้

ราโย บาเยกาโน่ : สายฟ้าที่เป็นภาพจำ

ราโย บาเยกาโน่ ทีมน้องใหม่ลาลีกา เสื้อชุดเหย้าของพวกเขา เป็นพื้นสีขาวคาดด้วยสายฟ้าสีแดงทแยงพาดผ่านด้านหน้าของเสื้อ ลักษณะแบบเดียวกับตราสโมสร

เกตาเฟ่ :  โทนน้ำเงินเข้มย้อนยุค

เสื้อชุดเหย้าของเกตาเฟ่ ออกแบบมาเพื่อฉลองครบรอบ 75 ปี ใช้สีน้ำเงินเข้ม เป็นการย้อนยุคไปยังอดีต พร้อมทั้งมีตราสัญลักษณ์ครบรอบ 75 ปีของสโมสรด้วย

เรอัล เบติส : ตราสโมสรขนาดใหญ่

เสื้อชุดเหย้าของเรอัล เบติส ในซีซั่นใหม่ ยังคงเป็นแถบสีเขียวสลับกับสีขาวแบบคลาสสิก แต่ได้เพิ่มสามเหลี่ยมสีเขียวขนาดใหญ่ที่ส่วนบนของเสื้อ ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับตราสโมสร

อลาเบส : น้ำเงิน-ขาวอย่างละครึ่ง

เสื้อชุดเหย้าของอลาเบส ที่จะใช้ในซีซั่นใหม่ เป็นการฉลองครบรอบ 100 ปีของสโมสร ยังคงใช้โทนสีประจำสโมสรเช่นเดิม แต่เปลี่ยนเป็นแบบสีน้ำเงิน และสีขาวอย่างละครึ่ง แทนที่จะเป็นลายทางแบบเมื่อก่อน

บาร์เซโลน่า : คิดนอกกรอบ

เสื้อชุดเหย้าของบาร์เซโลน่า ในฤดูกาลใหม่ ยังคงใช้สีน้ำเงิน-แดง ซึ่งเป็นสีประจำสโมสร แต่มีความโดดเด่นตรงที่มีการออกแบบให้คล้ายกับตราสโมสร ทั้งไม้กางเขนเซนต์จอร์จ และธงประจำแคว้นคาตาลัน ต่างจัดวางในตำแหน่งเดียวกัน

สำรวจตลาดราคาไข่ไก่พุ่งสูง เหตุจากพิษโควิด จังหวัดสีแดงเข้มรับผลกระทบจากการขนส่ง

นครราชสีมา – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศารุมภ์ โหม่งสูงเนิน พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายไข่ไก่  ภายในตลาดสุรนารี ตลาดย่าโม  และห้างแม็คโคร สาขาหัวทะเล พบว่า ภาวะราคาจำหน่ายปลีกมีการปรับตัวสูงขึ้น แผงละ 10-20 บาท ต่อแผง

สาเหตุมาจากผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย ฟาร์มผู้ผลิตส่วนใหญ่ที่ส่งไข่ไก่มาจากพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราส่งไข่ไก่ได้น้อยกว่าเดิมประมาณร้อยละ 20-30 เปอร์เซ็นต์  แต่ยังคงเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ผลผลิตออกน้อย เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนไม่เอื้ออำนวยต่อการออกไข่  ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อโดยซื้อปริมาณเพิ่มขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการออกมาสถานที่เสี่ยง  และในช่วงต้นเดือนที่มีการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประชาชนก็จะเลือกซื้อสินค้าไข่ไก่มากกว่าปกติ

ประกอบในช่วงแรกที่มีการประกาศให้จังหวัดนครราชสีมาเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ทำให้การขนส่งไม่คล่องตัว เนื่องจากพนักงานขับรถเมื่อไปสถานที่เสี่ยงและกลับจากส่งสินค้าแล้วจะมีมาตรการกักตัวเพื่อสังเกตอาการ แต่ปัจจุบันได้มีการผ่อนคลายมาตรการโดยสามารถใช้ชุดตรวจโควิด-19 ด้วยตนเองได้ จึงทำให้การขนส่งสะดวกขึ้น

นายศารุมภ์  โหม่งสูงเนิน  พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา  กล่าวว่า  การลงพื้นที่ตรวจสอบในครั้งนี้เพื่อตรวจสอบว่ามีผู้ประกอบการ มีการกักตุนไข่ไก่ รวมทั้งมีการฉวยโอกาสขึ้นราคาไข่ไก่เอาเปรียบประชาชนหรือไม่ แต่จากการตรวจสอบไม่พบว่าผู้ประกอบการกระทำผิด ซึ่งผู้ประกอบการเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามหากพบว่ามีผู้

ประกอบการรายใดฉวยโอกาสขึ้นราคา กักตุนสินค้า  ก็จะดำเนินคดีตามมาตรา 29 และมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับสำหรับราคาจำหน่ายปลีกไข่ไก่ ณ ปัจจุบัน มีดังนี้  เบอร์ 0  ราคา 110-120  บาท/แผง  เบอร์ 1 ราคา 108-110  บาท/แผง   เบอร์ 2

ราคา 102-109  บาท/แผง   เบอร์ 3 ราคา 99-106 บาท/แผง   เบอร์ 4 ราคา 93-97 บาท/แผง   ทั้งนี้ หากผู้บริโภคไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือพบเห็นผู้ประกอบการไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าสามารถแจ้งได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมาโทรสายด่วน 1569

 

เกิน 2 หมื่นอีกวัน! โควิดวันนี้ ไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 21,038 ราย เสียชีวิตอีก 207 ราย

วันนี้ (11 ส.ค.) เมื่อเวลา 07.30 น. ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยตัวเลขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า

ล่าสุด สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 ในไทยวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 21,038 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อใหม่ 20,865 ราย และผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 173 ราย ยอดติดเชื้อรวมระลอกเมษายน 788,126 ราย รวมยอดติดเชื้อสะสม 816,989 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 207 ราย เสียชีวิตสะสม 6,774 ราย หายป่วยเพิ่ม 22,012 ราย
หายป่วยสะสมระลอกเมษายน 572,726 ราย ผู้ป่วยกำลังรักษา 210,042 ราย

รายละเอียดผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 21,038 ราย มีดังนี้

1.ผู้ป่วยรายใหม่ จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ 16,464 ราย

2.ค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 4,382 ราย

3.จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 173 ราย

4.เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้า State Quarantine 19 ราย

รายละเอียดผู้เสียชีวิต ทั้ง 207 ราย มีดังนี้

ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 8 สิงหาคม 2564 มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 21,717,954 โดส

วันที่ 10 สิงหาคม 2564 มีผู้รับการฉีดวัคซีน

  • เข็มที่ 1 : 364,685 ราย
  • เข็มที่ 2 : 125,685 ราย
  • เข็มที่ 3 : 56,474 ราย

อดีตกาลผู้บังคับการกองปราบฯ ลั่น รับมิได้เห็นคลิป คฝ.กระทืบประชากรมือเปล่า

ร้านพวงหรีด ดอกไม้สด aorest เสนอข่าว  วันนี้ (11 ส.ค. 64) พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ อดีตผู้บังคับการกองปราบปรามแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ต่อการบริหารจัดการผู้ชุมนุมช่วงที่ผ่านมาว่า หลังได้เห็นคลิปวิดีโอ ตำรวจกองกำลังควบคุมฝูงชน (คฝ.) กรูกันเข้ารุมกระทืบประชาชนมือเปล่าแล้วรับไม่ได้จริงๆ และ อีกคลิปที่ตะโกนสั่งด้วยอารมณ์เดือดดาลให้นักข่าวมาเก็บภาพตำรวจที่โดนยิงอ้างว่าประชาชนทำนั้นแย่มาก สื่อมวลชนทำหน้าที่ของเขาตามหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ ต้องไม่ก้าวก่ายกัน ถามตัวเองก่อน เราตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามจริยธรรมตำรวจ ตามหลักสากลที่นานาอารยประเทศเขาทำกันแล้วหรือยัง

นอกจากนี้ อดีตผู้บังคับการกองปราบปราม ยังระบุว่า การชุมนุม ถือเป็นสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ และการชุมนุมที่กระทำโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ยิ่งย่อมเป็นสิทธิอันพึงมีของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ไม่มีกฎหมายใดที่จะมาห้ามการชุมนุมดังกล่าว ถึงแม้รัฐเองจะอ้าง ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ.ใดๆ ก็ตาม แต่รัฐจะต้องใช้ในการควบคุมเท่านั้นมิใช่ใช้ในการปราบปราม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบ จะต้องอำนวยความสะดวก และจัดให้มีพื้นที่การชุมนุม ตามที่ผู้ชุมนุมร้องขอ จากเหตุการณ์หรือคำร้องต่างๆ ซึ่งความผิดถ้าจะมี ก็คือต้องเกิดจากการที่การชุมนุมนั้นไม่เป็นอย่างที่ขอ

“แต่ในการชุมนุม 2 ครั้งล่าสุด เรากลับพบว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้มาตรการหนัก ห้ามไม่ให้เกิดการชุมนุมโดยเด็ดขาด กองกำลังควบคุมฝูงชนของรัฐได้ใช้ยุทธวิธีตำรวจเปิดฉากปิดและยึดคืนพื้นที่จากผู้ชุมนุมด้วยเครื่องไม้เครื่องมือสารพัด ยิ่งในการสลายผู้ชุมนุม ก็มีอาวุธปืนลูกยาง ปืนยิงแก๊สน้ำตา ซึ่งใช้อย่างผิดหลักสากล มิหนำซ้ำยังเปิดฝ่ายเปิดฉากยั่วยุให้มวลชนปะทะ นี่คือความผิดพลาดอย่างยิ่งของการทำหน้าที่ตำรวจ

 

“เท่าที่ติดตามการชุมนุม ผมได้พบว่า ตำรวจจะทำเพียงการประกาศเตือนว่าผู้ชุมนุมได้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายและจะมีการปราบปรามจับกุม จากนั้นก็เริ่มปฏิบัติการทันที โดยที่มิได้มีการเข้าเจรจาพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมในรูปแบบอื่น กรณีดังกล่าวนี้ ในฐานะที่เคยเป็นทั้งผู้ปฏิบัติและผู้ควบคุมฝูงชนมาก่อน ตลอดจนเคยเป็นผู้ฝึกสอนในวิชาดังกล่าวด้วย เห็นว่าเป็นการลัดขั้นตอนการปฏิบัติของชุดควบคุมฝูงชน มิได้ดำเนินการจากเบาไปสู่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง อันน่าจะขัดต่อหลักการสากล ตลอดจนในเรื่องสิทธิมนุษยชนด้วย”

พล.ต.ต.สุพิศาล ระบุอีกว่า การชุมนุมโดยปราศจากอาวุธคือหลักการพื้นฐานที่ทั่วทั้งโลกมีให้การรับรอง และประชาชนผู้มาชุมนุมนั้นบริสุทธิ์ เป็นผู้ทรงสิทธิ นี่คือหลักแรกที่รัฐจะต้องเข้าใจและบริการอำนวยการจัดการ หากรัฐบาลจะยังใช้อำนาจในการจัดการกับการชุมนุมที่เห็นต่างและทุกข์ร้อนจากการบริหารจัดการของรัฐ ตำรวจควรจะต้องดูแลผู้ชุมนุมเพื่อตอบสนองความต้องการในข้อเรียกร้องและมีการเจรจาเท่านั้น แต่ที่ผ่านมามิได้กระทำตามตามนั้น เช่นที่ปรากฏ ทั้ง 2 ครั้ง กลับใช้ความรุนแรงด้วยการมีอาวุธและยุทโธปกรณ์ที่เหนือกว่าเข้าปราบปรามโดยอ้างว่าชอบธรรม และเหตุเช่นนี้เองที่จะทำให้ผู้ชุมนุมซึ่งมาด้วยความบริสุทธิ์ระบายอารมณ์ และทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ดังที่ปรากฏ เช่น ป้ายสีชื่อองค์กร การเผาตู้ยาม และอาจจะถึงการเผาสถานีตำรวจอย่างเช่นในอดีตที่ผ่านมา และอันนี้ถือได้ว่า เป็นการทำลายประเทศชาติด้วยน้ำมือของรัฐบาลเองใช่หรือไม่

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เผาทรัพย์สินของทางราชการที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลเองโดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจนครบาล ควรจะดำเนินการสืบสวนให้ได้ความแน่ชัด ว่ากลุ่มผู้กระทำผิดดังกล่าวเป็นใครกันแน่ เพราะการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ มิใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญอย่างแน่นอน จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สามารถเรียนรู้ได้ว่า ผู้กระทำการที่อยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์จะให้เกิดเหตุการณ์อย่างไรเกิดขึ้น นี่ยังไม่นับการตอบโต้กลับของผู้ชุมนุมจากการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว และในการหากลุ่มผู้กระทำผิดก็ต้องแยกให้ชัดในสองเหตุนี้ด้วย

 

“ในฐานะอดีตข้าราชการตำรวจผู้เคยปฏิบัติงาน เห็นว่าจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ ถึงเวลาแล้วที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ควรที่จะทบทวนการทำงานให้เป็นไปด้วยหลักการสากล การใช้ข้อกฏหมายระเบียบที่ชอบด้วยกฏหมาย หลักสิทธิมนุษยชนรวมถึงมนุษยธรรม โดยต้องเจรจาก่อนเป็นสำคัญ จะได้รู้ความต้องการของประชาชน อันเป็นผู้ทรงสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องบริการ

“ถึงเวลาแล้วที่ต้องปฏิรูปตำรวจขนานใหญ่ ให้เป็นตำรวจที่มีหัวใจประชาธิปไตย อำนวยความสะดวกให้ประชาชน มิใช่ขัดขวางสิทธิที่ประชาชนมี อย่างการปราบปราม จับกุม ใช้กฎหมายสารพัดจัดการเหมือนเห็นประชาชนเป็นศัตรูแบบที่ทำอยู่ในเวลานี้ เกียรติยศศักดิ์ศรีของตำรวจควรได้รับการฟื้นฟู ออกมาเดินดู มารับฟังประชาชนบ้างว่า วันนี้ ประชาชนเขามอง เขารู้สึกอย่างไรกับตำรวจ” พล.ต.ต.สุพิศาล ระบุ

 

10 สถิติของ “ลิโอเนล เมสซี” กับ บาร์เซโลนา ภายหลังย้ายซบ PSG

ลิโอเนล เมสซี ดาวเตะระดับซูเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนตินา ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของกีฬาชนิดนี้

เกียรติยศในแง่รางวัลทั้งกับสโมสรและราวัลส่วนตัวนั้นมากมาย ซึ่งรวมถึงรางวัล บัลลงดอร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 6 สมัยด้วย

“เมสซี” จำต้องอำลาสโมสรไป แต่คงไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจเพราะเขาเดินออกมาในฐานะผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล พร้อมกับฝากความทรงจำและประวัติศาสตร์เอาไว้มากมาย ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็คงยากที่จะมีใครมาลบเลือนมันลงไปได้

นี่คือ 10 สถิติที่ ลิโอเนล เมสซี ฝากเอาไว้ใน คัมป์ นู แห่งนี้ หลังจากที่เข้าย้ายไปร่วมทีมใหม่อย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เป็นที่เรียบร้อย

1) ดาวซัลโวตลอดกาล: เมสซี เป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของ บาร์เซโลนา ด้วยสถิติ 672 ประตู

2) ลงเล่นมากที่สุด: เขาลงเล่นให้สโมสร 778 นัด มากกว่าอันดับสอง ชาบี เอร์นานเดซ อยู่ถึง 11 นัด

3) ทำประตูได้มากที่สุดให้กับสโมสรเดียว: จำนวน 672 ประตูในทุกการแข่งขันของเขา นั้นมากกว่าใคร

4) ประตูที่ทำได้มากที่สุดในฤดูกาลเดียวในทุกการแข่งขัน: ชาว อาร์เจนตินา ยิงได้ 73 ประตูในฤดูกาล 2011/12

5) ดาวซัลโว เอล กลาซิโก้: เมสซี ยิงประตูใส่ เรอัล มาดริด คู่แข่งตลอดกาลของพวงเขาได้ถึง 26 ประตู

6) แฮตทริคมากที่สุด: กองหน้ารายนี้ทำแฮตทริกได้ 48 ครั้ง ซึ่งถือว่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

7) ประตูที่ทำได้มากที่สุดในปีปฏิทินเดียว: ในปี 2012 เขามีสถิติการทำประตูอันแสนอัศจรรย์ด้วยจำนวนรวม 91 ประตู ซึ่งไม่ใช่แค่สถิติของสโมสรเท่านั้น แต่ยังเป็นสถิติโลกลง กินเนสส์ บุ๊ค อีกด้วย

8) ประตูที่ทำได้มากที่สุดจากการยิงฟรีคิก: นักเตะวัย 34 ปีรายนี้ยิงได้ 50 ประตูจากฟรีคิก

9) ประตูในบ้านมากที่สุดเกมเหย้ามากที่สุดในฤดูกาลเดียว: เมสซี ฝากผลงานไว้ 46 ประตูที่ คัมป์ นู ในทุกการแข่งขันในฤดูกาล 2011/12 – ซึ่งมากที่สุดในหมู่ผู้เล่น บาร์เซโลนา

10) ประตูสูงสุดที่ทำได้ในรายการ โจน กัมเปร์: ด้วยจำนวนรวม 9 ประตู

งานแตกหน่ออีก! บาร์เซโลน่า กุมขมับในทันที “อเกวโร่” เจ็บต้องพักยาว 3 เดือน

บาร์เซโลน่า ชมรมยักษ์ใหญ่ที่ ลาลีกา สเปน จำเป็นต้องพบกับข่าวร้ายตลอดล่าสุด เซร์คิโอ อเกวโร่ แผงหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่า ที่เพิ่งจะย้ายมาร่วมทีมจำเป็นต้องโชคร้ายได้รับบาดเจ็บหนัก จากการรายงานของ 90min.com เว็บดังในโลกลูกหนัง

โดย ตัวรุกฟ้าขาววัย 33 ปี เพิ่งจะย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัวเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก่อนเปิดฉากสนามในเกมเตรียมพร้อมเจอกับ ยูเวนเหม็นตุส แล้วได้รับบาดเจ็บซึ่งพื้นฐานทีมคาดว่าจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาพัก 3-4 อาทิตย์

อย่างไรก็ดีผลสแกนจากทีมแพทย์เผยว่า เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บเอ็นรอบๆน่อง ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาสำหรับเพื่อการรักษานานถึง 3 เดือน (โดยประมาณ 10 อาทิตย์) นั่นเท่ากับว่าเจ้าตัวจะฟิตกลับมาลงไปในสนามช่วยทีมได้จำเป็นต้องคอยถึงตอนพ.ย. อย่างยิ่งจริงๆ

สำหรับ บาร์เซโลน่า มีโปรแกรมหนักในตอนก่อนถึงพ.ย. โดยจะมีทั้งยังเกมที่จำเป็นต้องไปเยือน แอต.มาดริด, เยือน เรอัล มาดริด แถมในช่วงฤดูกาลนี้ทีมยังจำเป็นต้องมาเสีย ลิโอเนล เมสซี่ แผงหน้ากัปตันทีมคนเก่งหลังประสบพบเจอกับปัญหาด้านการเงินอย่างมากไม่สามารถที่จะต่อสัญญากับลำแข้งสำคัญได้แม้เจ้าตัวจะยอมลดค่าแรงลงถึง 50 เปอร์เซ็นต์และก็ตาม

ด้าน โรนัลด์ คูมัน ผู้จัดการทีมเผยว่า “มันห่วยแตกที่เขาได้รับบาดเจ็บในเช้าวันนี้ ก่อนหน้าที่ผ่านมา เขาซ้อมก้าวหน้า และก็เขาสามารถมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากต่อทีมที่จะก้าวไปด้านหน้าไปกับพวกเรา”

คนงามได้เฮ! ปีทองคำของ “ฮุยเทมา” วันเดอร์คิดสาวแคนาดาซิวทองคำโอลิมปิก

นับว่าเป็นปีทองคำของสาวสวยยอดนักฟุตบอลคนนี้จริงๆสำหรับ ยอร์ดีน ฮุยเทมา วันเดอร์คิดแม่เนื้อนิ่มทีมชาติแคนาดา

เมื่อปัจจุบัน กองหน้าวัย 20 ปี ร่วมสร้างประวัติศาสตร์กับทีมชาติบอลหญิงแคนาดา คว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยการชนะในช่วงดวลจุดโทษเหนือ ทีมชาติประเทศสวีเดน 3-2 ข้างหลังใน 120 นาทีเสมอกันแบบสุดสูสี 1-1

ซึ่งให้ย้อนไปก่อนหน้าโอลิมปิกจะเริ่ม ฮุยเทมาก็พึ่งจะคว้าชัยชนะบอลลีกหญิงของประเทศฝรั่งเศสกับสังกัดเดิมอย่าง กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาแล้ว พูดได้ว่าประสบผลสำเร็จใน 2 รายการใหญ่ข้างในฤดูกาลเดียวกันไปเลย

สำหรับ สาวน้อยฮุยเทมา เชื่อว่าแฟนกีฬาบอลหลายท่านบางทีก็อาจจะพอรู้จักคุณ จากการที่เป็นหวานใจของ อัลฟอนโซ เดวีส์ ตัวริมเส้นสุดจี๊ดของ บาเยิร์น มิวนิค ดีกรีทีมชาติแคนาดา พูดได้ว่าตลอด 4 ปีที่ เดวีส์ แล้วก็ ฮุยเทมา คบหากัน ทั้งคู่นับว่าเป็นคู่ควงนักฟุตบอลระดับการเกิดของชาวแคนาดาที่สื่อมวลชนให้ความสนใจอย่างยิ่ง

ต้อนรับอบอุ่น! “เอริคเซ่น” เข้ารายงานตัวกับอินเตอร์ฯ

คริสเตียน อิริคบวงสรวง กลับมารายงานตัวกับ อินเตอร์ มิลาน พร้อมพบหน้าสหายๆในทีม รอคอยประเมินว่ากลับมาลงไปในสนามได้ไหม

คริสเตียน อิริคบวงสรวง เดินทางกลับมาพบหน้าสหายๆใน อินเตอร์ มิลาน เป็นหนแรกนับตั้งแต่ที่เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นรุนแรง ก่อนจะเข้ารับการตรวจว่าเขาจะกลับมาลงไปในสนามได้ไหม

อินเตอร์ มิลาน คำอธิบายรับรองการกลับมาของ เอริคบวงสรวง สู่สโมสรเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ระทึก หัวใจหยุดเต้นระหว่างเกมยูโร 2020 ที่รับใช้ เดนมาร์ก ในเกมพบ ประเทศฟินแลนด์ ตั้งแต่วันที่ 12 เดือนมิถุนายนก่อนหน้าที่ผ่านมา ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทุกคนที่สโมสร อย่างไรก็ตาม ต่อจากนี้นักฟุตบอลจะกลับไปรักษาตัวต่อที่โคเปนเฮเก้นคำอธิบายจากสโมสรระบุ “อิริคบวงสรวง ที่ทักทายผู้จัดการทีมฟุตบอล โค้ช สหายร่วมทีมและก็สตาฟฟ์ทุกคนที่นั่น สบายดีและก็สภาพร่างกายกับจิตใจของเขาก็ยอดเยี่ยม”

“อิริคบวงสรวง จะทำตามโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายจากที่หมอชาวเดนมาร์กเสนอ ซึ่งพวกเขาจะรอประสานงานการรักษาที่จะตามมาและก็จะรอแจ้งข้อมูลให้ฝ่ายหมอของ อินเตอร์ รู้”

ก่อนหน้าที่ผ่านมา มีแถลงการณ์ว่า ในกรณีของ เอริคบวงสรวง อาจมิได้รับอนุญาตให้ลงเล่นบอลในอิตาลี ถ้าหากมีการฝังเครื่องกระตุกหัวใจในร่างกาย เพราะกฎของบอลอิตาลีห้ามไม่ให้นักฟุตบอลที่มีเครื่องมือดังที่กล่าวถึงแล้วในตัวลงไปในสนาม แตกต่างจากลีกอื่นของยุโรป

ขอขอบพระคุณ

เจ้าของงานสุดบอบช้ำ! สเปน เฉือน ประเทศญี่ปุ่น ต่อเวลา 1-0 ทะลุชิงทองคำลูกหนังโอลิมปิก

การประลองบอล โอลิมปิกเกมส์ 2020 รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง “ซามูไรบลู” กลุ่มชาติญี่ปุ่น เจอกับ “วัวกระทิงดุ” ประเทศสเปน ที่สนามไซตามะ สเตเดี้ยม เมื่อวันอังคารที่ 3 ส.ค. 2564

เริ่มเกมมาเพียง 6 นาที ประเทศสเปน เกือบจะได้ทางออกนำ ดานี่ โอลโม่ ฉุดกระชากขึ้นทางซ้ายก่อนเปิดเข้าเขตโทษบอลเลยไปถึง มิเกล เมริโน่ ได้โหม่งจ่อๆผ่านคานออกหลังไป

นาทีที่ 11 เจ้าถิ่นเกือบจะได้เหมือนกันจากจังหวะที่ ไดอิชิ ฮายาชิ ได้บอลหลุดเข้าเขตโทษก่อนซัดผ่านคานออกไป แต่จังหวะนี้ผู้ตัดสินเป่าย้อนไปว่าเป็นลูกล้ำหน้าไปแล้ว
นาทีที่ 31 กลุ่มเยี่ยมเกือบจะได้อีกหนจากจังหวะที่ มิเกล โอยาร์ซาบัล ได้บอลในเขตโทษก่อนสับไกด้วยขวาบอลพุ่งบินผ่านคานออกหลังไปอีก

นาทีที่ 42 “ซามูไรบลู” ได้สวนบ้าง ทาเคฟุสะ ปะทุโบะ ฉุดกระชากบอลหลุดเข้าเขตโทษก่อนเปิดไปหน้าประตูให้ เรโอ ฮาตาเตะ ยิงจ่อๆติดแนวรับออกหลังไป หมดครึ่งแรกยังเท่ากัน 0-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 51 เจ้าบ้านได้ช่องอีกหนจากจังหวะที่ เรโอ ฮาตาเตะ เก็บบอลได้เกียรติเขตโทษก่อนไหลให้ ไดอิชิ ฮายาชิ ซัดด้วยขวาหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดายนาทีที่ 56 เกมจำเป็นต้องหยุดเพราะว่าผู้ตัดสินเป่าจุดโทษให้กับ ประเทศสเปน หลังคิดว่า มายะ โยชิดะ ไปแทง มิเกล เมริโน่ ล้มลง แต่หลังจากที่เช็ค VAR แล้ว ปรากฏว่า ปราการหลังญี่ปุ่น แทงโดนบอลก่อน

นาทีที่ 76 “วัวกระทิงดุ” เกือบจะได้ประตูแบบสุดๆเปดรี เปิดบอลไปไถล อาโอะ ทานากะ บอลไปเข้าทาง ราฟา มีร์ ได้หลุดคนเดียวเข้าไปยิงด้วยขวาแต่ โคเซะ ทานิ ออกมาบล็อกไว้ได้ทัน

ด้านหลังเกม ประเทศสเปน โหมบุกหนักแล้วก็เกือบจะได้หลายทีจาก มิเกล โอยาร์ซาบัล แล้วก็ ราฟา มีร์ แต่ก็ยังไม่อาจจะส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้ จบ 90 นาที เท่ากัน 0-0 จำเป็นต้องต่อเวลาพิเศษออกไป 120 นาที
นาทีที่ 115 ประเทศสเปน มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ มิเกล โอยาร์ซาบัล จ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ มาร์โก อเซนสิโอ้ พลิกแล้วปั่นด้วยซ้ายแทงเสาสองเข้าไปเด็ดขาด

จบเกม ประเทศสเปน เฉือนเอาชนะ ญี่ปุ่น ไปได้ 1-0 ผ่านไปสู่รอบชิงเหรียญทอง โดยจะไปพบกับ “แชมป์เก่า” กลุ่มชาติบราซิล ในวันเสาร์ที่ 7 ส.ค. นี้

รายนามผู้เล่นของทั้งสองกลุ่ม
ญี่ปุ่น (4-2-3-1) : โคเซะ ทานิ – ยูตะ นากายาม่า, โค อิตาปะทุระ, มายะ โยชิดะ, ฮิโรกิ ซากาอิ – วาตารุ เอนโดะ, อาโอะ ทานากะ – เรโอ ฮาตาเตะ, ริตสึ โดอัน, ทาเคฟุสะ ปะทุโบะ – ไดอิชิ ฮายาชิ
ประเทศสเปน (4-3-3) : อูไน ซิมอน – มาร์ค เราเราเรย่า, เอริค การ์เซีย, เปา ตอร์เรส, ออสการ์ กิล – มิเกล เมริโน่, มาร์ติน ซูบิเมนดี้, เปดรี – ดานี่ โอลโม่, ราฟา มีร์, มิเกล โอยาร์ซาบัล

ลีลล์ โค่น เปแอสเช 1-0 ซิวแชมป์ซูเปอร์ คัพ หนแรก

ลีลล์ โชว์ได้สมราคา แชมป์ ลีก เอิง หลังเอาชนะ กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไปได้ 1-0 คว้าชัยชนะ เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ไปครอบครองเป็นสมัยเเรก

การประลองฟุตบอล เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ที่สนามบลูมฟิลด์ สเตเดียม, เทล อาวีฟ (อิสราเอล) “ยี่ห้อสุนัข” ลีลล์ แชมป์ ลีก เอิง ฝรั่งเศส ดวลเดือดกับ กรุงปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์เฟรนช์ คัพ

ลีลล์ แชมป์ลีก เอิง ส่งคู่หอกเก่ง โจนาธาน เดวิด กับ บูรัค ยิลมาซ ส่วน กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง แชมป์เฟร้นช์ คัพ มี เมาโร การ์ดี้ ยืนหน้าเป้าผลปรากฏว่า ครึ่งแรกมาถึงนาทีที่ 45 ลีลล์ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ บูรัค ยิลมาซ ส่งบอลให้ เชกา ตะบันด้วยขวาจากหน้าจุดโทษ บอลพุ่งเข้าไปตุงตาข่ายอย่างเฉียบขาด ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ครึ่งหลัง เป็น เปแอสเช ที่ครอบครองบอลได้มากกว่าอย่างได้ชัด จนถึงนาทีที่ 71 เมาริซิโอ โปเชตตำหนิโน จำต้องเปลี่ยนตัวส่ง จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม สมัยก่อนกองกลางหงส์แดง ลงมาเพื่อหวังยกฐานะเกมแดนกึ่งกลาง

แล้วหลังจากนั้นนาทีที่ 74 เปแอสเช เกือบจะตีเสมอ จากจังหวะที่ เมาโร อิคาร์ดี ยิงเข้าไปแล้ว แต่โดนผู้ตัดสินจับล้ำหน้า

ตอนที่เหลือเปแอสเช มานะฝ่าใส่ ลีลล์ อย่างหนัก แต่ท้ายที่สุดก็เจาะเข้าไปทำคะแนนมิได้ จบเกม ลีลล์ เป็นข้างเอาชนะ 1-0 คว้าชัยชนะ โทรเฟ่ เดส์ ช็องปิย็องส์ หรือ เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ในปีนี้ไปครอบครอง ก่อนที่จะลีก เอิง ฤดูกาลใหม่จะเปิดฉากในสุดสัปดาห์หน้า